|
chatree harawrote:
หายไปไหนนะครับไม่ค่อยได้คุย มาทักทายอาจารย์เด้อครับ
June 21
|
|
|
ดร.สมคิด อุททะวันwrote:
เรื่องราวความรักความสัมพันธ์ของคนหกคนผ่านหนึ่งบทเพลงที่ทำให้ทั้งหมดได้มา พบกัน กับโอกาสครั้งที่สองของความรักที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตของพวกเขา ที่ดำเนินผ่านเหตุการณ์ 2 ห้วงเวลาแห่งปี 2515 และ 2542
“แม้ชีวิตคู่มันจะเดินต่อไปไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่รักกัน” ปกรณ์ (ชาคริต แย้มนาม) พบว่าการใช้ชีวิตคู่กับ พล (นภัสกร มิตรเอม) ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ทั้งสองตกลงใจที่จะแยกกันสักพัก ขณะที่พลออกเดินทางเพื่อค้นหาตัวเอง ปกรณ์ก็คร่ำเคร่งกับงานกำกับละครเวทีที่เขารักด้วยหัวใจไม่เป็นสุขนัก กับความไม่แน่ใจในคำสัญญาว่าจะกลับมาเจอกันอีกครั้งที่สถานีรถไฟ... “มีบางสิ่งบางอย่างที่เวลาไม่สามารถทำลายได้” อรัญญา (เดือนเต็ม สาลิตุล) กำลังมุ่งหน้าไปหา กรุง (สุเชาว์ พงษ์วิไล) ผู้ชายที่เธอมั่นรักเขามาตลอด 30 ปี เธอมีคำถามมากมายที่จะถามเขา แต่เธอก็ไม่รู้ที่จะเริ่มต้นมันอย่างไรดี ขณะที่กรุงจมอยู่กับอดีตรักที่เคยผิดพลาด จนยากที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง... “เราจะบังคับตัวเองได้มั้ย เมื่อเวลาที่ความรักเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว” 2 สัปดาห์ก่อนการแต่งงาน เจ้าสาว (สินิทธา บุญยศักดิ์) พบว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากใจที่สุด เธอได้ตกหลุมรักกับ เพื่อนเจ้าบ่าว (กฤษฎา สุโกศล แคลปป์) ซึ่งมีครอบครัวแล้ว ทั้งคู่จะห้ามใจหักดิบความรู้สึกในรักนี้ได้อย่างไร... พวกเขาและเธอต้องเผชิญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายที่ยากต่อการตัดสินใจ บางคน...เข้าใจและรับ “โอกาสครั้งที่สอง” มาแก้ไขในความรักที่เคยพลาดผิดไปนั้นได้อย่างสวยงาม ขณะที่บางคน...มองข้ามผ่าน และสายเกินไปเมื่อจะย้อนกลับมาไขว่คว้า “โอกาสนั้น” อีกครั้ง...
May 19
|
|
|
วรรณฤดี ทองเชิดwrote:
ดรีมเวิลด์ค่ะ บนกระเช้าอ่ะ
May 15
|
|
|
ดร.สมคิด อุททะวันwrote:
............................
ในชีวิตหนึ่ง พบใครสักคนที่แสนดีก็พอแล้ว ดีกว่าไขว่คว้าในสิ่งที่เกินตัว หากไปพบจุดสุดท้ายของสิ่งที่หวัง อาจเป็นแค่ความว่างเปล่า หรือเป็นแค่ความเรียบง่ายสมถะก็เป็นได้ อาจไม่พบในสิ่งที่แสวงหาในตอนแรก เริ่มแรกเรามีความฝัน ต่อมาความฝันเริ่มกลายเป็นความหวัง นำไปสู่การไขว่คว้า แต่บนความดิ้นรนต่อสู้นั้น เราอาจพบวัตถุเช่น บ้าน รถ ตำแหน่งหน้าที่การงาน แต่ก็ยังไม่ถึงจุดหมายที่แท้จริง เรากลับมองออกหน้าต่างบ้านหลังใหญ่ มองผ่านกระจกรถออกไปข้างนอก มองหาสิ่งที่ใช่กว่าสิ่งที่มีอยู่ เมื่อพบกับความเพียงพอ เราจะไม่มองออกไปที่ไหนอีก พอใจในสิ่งที่ตัวมี เกิดความปล่อยวาง ยินดีในความเรียบง่ายสมถะ แล้วความสุขที่แท้จริงก็เกิดขึ้น ฯ
May 14
|
|
|
ดร.สมคิด อุททะวันwrote:
......................
อยากเก็บงำ ความรู้สึก ในส่วนลึก ที่รู้ได้ เก็บเอาไว้เพียงในใจ แล้วจากไปไร้ร่องรอย แต่แล้ว ก็ทำไม่ได้ ไม่อยากทิ้งใจไว้อย่างนั้น คงคิดถึงเขาทุกๆ วัน แล้วจะจากกันเพื่ออะไร
May 14
|
|
|
ดร.สมคิด อุททะวันwrote:
...........................
มาลัยชูพินิจ เขียนไว้ในบทกวีของท่านว่า หญิงสาว ไม่ว่าดำหรือขาว ย่อมมีแววตาส่องประกายในความมืดเสมอ ฯ ผมชอบกวีท่านนี้พอๆ กับชอบ ยาขอบ เพราะท่านทั้งสองเป็นกวีที่เขียนสาวสวยด้วยตัวอักษร หลายครั้งที่ผมอ่านบทกวีของท่านที่บรรยายถึงหญิงสาว ผมแอบหลงรักหญิงสาวคนนั้นผ่านตัวอักษรอย่างไม่รู้ตัว อยากเห็นตัวเป็นๆ ของเธอจริงๆ เลย หากผมสามารถบรรยายหญิงสาวที่ผมรักได้สักครึ่งหนึ่งของความเป็นจริง คงมีหลายคนที่แอบหลงรักเหมือนผมแน่ๆ ฯ
May 14
|
|
|
วรรณฤดี ทองเชิดwrote:
ขอบคุณค่ะ
May 13
|